2005/Sep/16

ตอน สิ่งนั้นสำคัญหรือ?
โดย เด็กชายข้างฟ่าง ณ ต่างดาว

สีล้อของพาหนะอย่างรถยนต์ค่อย ๆ เคลื่อนห่างออกจากตัวโรงพยาบาล

ที่เบาะหลัง
เขา[เหม่อ มอง ทอด]สายตาออกไปนอกรถไกลแสนไกล
ไร้ซึ่งจุดหมาย
ภาพที่เห็นเบื้องหน้าไม่มีจุดโฟกัส


"แม่ จะส่งแกไปอยู่กับน้ายอดนะ" แม่โพล่งเอ้ยกับเขา
"พอแม่โทรไปบอก น้าก็ลงมาเลย" น้ายอดกำพวงมาลัยรอสัญญาณไฟ ยิ้มผ่านกระจกมองหลังมาที่เขา

"ทำไมแม่ไม่ไปด้วยกันละครับ" เขาถาม

สีหน้าของแม่ยิ่งแย่ลงกว่าเดิม น้ำใส ๆ ค่อย ๆ รินหลั่งออกมาจากสองตา

ภาพแม่ถูกทุบตี โดนพ่อทำร้ายยามที่เมา ว้าบหลุดเข้ามาในห้วงความคิดของเขา

"แม่ทิ้งพ่อ ไว้คนเดียวไม่ได้หรอก" แม่พยายาม[เก็บ กด ข่ม]อารมณ์และน้ำตา
"ทำไมละครับ" เขายังคงคาดคั้นเอาคำตอบ จากผู้เป็นแม่
"เพราะว่าแม่....." เขื่อนความพยายามที่เคยกั้นน้ำตา ถูกทำลายไม่เหลือชิ้นดี

เขานิ่ง เงียบ ปล่อยให้ผู้เป็นแม่ปลดปล่อยพันธนาการ เป็นสายธารน้ำตา

"รัก" งั้นเหรอ เขาคงยังไม่เข้าใจ คำ ๆ นี้ดีพอมั้ง เพราะครั้งนึงผู้เป็นพ่อ ก็เคยบอกกับเขาเช่นนั้นมาก่อน แต่ทำไม?
ช่างมันเถอะ เขาคงเป็นคนเย็นชา กับเรื่องความรักหรือไม่ก็เป็นลูกอกตัญญู
ความคิดของเด็กหนุ่ม ในวัยสิบขวบปลาย ๆ


รถแล่นมาถึงบ้านหลังเล็ก ๆ ชานเมือง
"เดี๋ยว ฟ่างไปเก็บข้าวเก็บของนะ" น้ายอดบอกแกมสั่ง

"เป็นไงละ อยู่ดีไม่ว่าดี หาเหาใส่หัวแท้ ๆ" เสียงพ่อโพล่ง ผ่านมาจากมุมหนึ่งของบ้าน
"จะไปไหนก็ไป" พ่อยังคงส่งเสียงคำรามดังก้องบ้าน
"คุณ" เสียงของแม่ปนเสียงสะอื้นพยายามปราม

เขาเดินขึ้นบันไดไปยังห้องของตัวเอง โดยไม่สนใจคำใดๆ ของผู้เป็นพ่อ

"ทำไมแกถึงทำข้อสอบไม่ได้"
"ฉันอุตส่าห์ ส่งให้แกเรียนโรงเรียนดีๆ"
"วันสอบ ฉันก็ไปส่งแกถึงห้องสอบ"
"แล้วผลสอบ เป็นไงละ"
"คณะที่เลือกอันดับสุดท้ายก็ไม่ติด"
"แกนี่มันโง่ตามใครนะ"
"แกมันลูกไม่รักดี" คำต่อว่าจากผู้เป็นพ่อ ที่คาดหวังว่าเขาจะต้องสอบติดคณะแพทยศาสตร์ สักมหาวิทยาลัยหนึ่ง และจะได้ดูแลยามแก่เฒ่า

"ผมทำเต็มที่แล้วครับ" เขาตะโกนอย่างสุดเสียง น้ำตาที่เขาไม่คิดว่า มันจะหยุดได้ ยังคงไหลอย่างต่อเนื่อง
"ปั้ง" เสียงเขาปิดประตูห้องตัวเองอย่างเต็มแรง หูอื้อ ตาพร่าไปด้วยม่านน้ำตา


เขาไม่คิดว่า เขาจะได้กลับมายังห้องของตัวเองอีกครั้ง
"การสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย มันสำคัญขนาดนั้นเลยหรือ" เขาไม่เข้าใจ ว่าทำไม การเรียนสูง ๆ ในคณะดี ๆ มหาวิทยาลัยดัง ๆ มันจะทำให้เขามีชีวิตทีดีกว่านี้ได้อย่างไร ในเมื่อพ่อยังเมาเหล้า และทำร้ายแม่อยู่เช่นทุกวันนี้

เขาพับผ้า เก็บของใช้เท่าที่จำเป็น ยัดใส่กระเป๋าใบใหญ่
น้ำตายังคงร่วง ไหลไม่ขาดสาย

นี่เขากำลังทิ้งแม่รึเปล่า
แม่จะอยู่อย่างไร
พ่อจะยังทำร้ายแม่อยู่ไหม

ยิงคิดเขาก็ยิ่งร้องไห้

"ก๊อก ก๊อก" เสียงเคาะประตู
"น้าเอง ฟ่าง" น้ายอดตะโกนผ่านประตูห้อง
"ทานข้าวก่อนไหม ยังพอมีเวลา" น้าชาย ที่เขาไม่ได้เจอมาเกือบ สามปี กล่าวชวนให้เขาลงไปทานข้าว
"ครับ" เขาพยายามเอามือปาดน้ำตา และข่มให้มันหยุดไหลลงไปบ้าง


ความเงียบ แผ่คลุม รอบห้องครัว
"อิ่ม แล้วเหรอ" น้ายอดถาม ขณะกำลังตักแกงจืด
"งั้นก็ไปเตรียมตัว รอน้าเลยนะ"
"รถออกกี่โมงนะยอด" แม่ถามน้าอีกครั้ง เพื่อความแน่ใจ
"สามทุ่ม ครับพี่น้อย"
"งั้นอีกครึ่ง ชั่วโมง ก็เตรียมออกกันได้ละ ไม่รู้วันนี้รถติดรึเปล่า" แม่พูดพร้อมยกน้ำขึ้นดื่ม
"เดี๋ยวคุณช่วยขับรถไปส่งทีนะ" คำขอร้องของผู้เป็นแม่ ต่อพ่อของเขา



สถานีหัวลำโพง
วันนี้เป็นวันพฤหัสฯ แต่ผู้คนยังคงพลุกพล่าน บ้างนั่งกับพื้นเหมือนกำลังรอเวลา บ้างหอบข้าวของพะรุงพะรัง บ้างเดิน บ้างวิ่ง เสียงระฆัง สัญญาณรถไฟ เสียงประกาศ ระงม
เขา ไม่สามารถจับเสียงรอบตัวเขาได้
แต่พลันต้องมาชะงักกับบางเสียงของคนใกล้ตัว
"เหลือเวลาอีก 15 นาทีรถไฟจะออกละ" น้ายอดโพล่งขึ้นมา
"พี่ฝาก ฟ่าง ด้วยนะยอด" สีหน้าของแม่ไม่สู้ดีนัก
"ไม่ต้องเป็นห่วง"

เขายกมือไหว้ แม่ และพ่อ ผู้ซึ่งยังมีสีหน้าเมินเฉย
"มีอะไรที่ช่วยน้ายอดได้ ก็ช่วยน้านะลูก" เป็นคำ ที่แม่เอ้ยกับเขาเป็นคำสุดท้ายก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นรถไฟ

เสียงล้อเหล็ก บดขยี้ กับราง แล่นออกจากเมืองหลวง ที่วุ่นวาย
รถไฟชั้นสอง แทบไม่มีที่ว่างเหลืออยู่เลย
น้ายอดมองหา เลขที่นั่ง ที่ระบุไว้บนตั๋วโดยสารรถไฟ ให้ตรงกับผนักเก้าอี้
"เจอละ ฟ่างเข้าไปนั่งข้างในนะ เดี๋ยวน้านั่งติดทางเดินเอง" คำสั่งจากน้าชาย


ยังไม่ทันพ้น เขต กรุงเทพฯ เสียงน้ายอดก็เงียบไป
เขา นอน แต่ข่มตาให้นอน และหลับตามกายไม่ได้
ความคิดต่าง ๆ นานา ประเดประดัง พรั่งพรู อยู่ในหัวเขา

แม่จะเป็นอย่างไร
พ่อจะทำร้ายแม่ไหม
จะเรียนอะไร ที่ไหน
จะต้องช่วยน้ายอดทำอะไรบ้าง



ขณะที่เขาคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
แสงอาทิตย์ยามเช้า ลอดผ่านกระจกหน้าต่างรถไฟ กลิ่นอายความบริสุทธิ์ ถูกสูดเข้าปอดของเขาอย่างเต็ม ความคิดที่ล่องลอยของเขาถูกปลุก

ที่นอกหน้าต่างรถไฟ ต้นไม้เขียวขจี ดอกไม้ป่าสีสด ภูเขาหลากลูกตั้งตระหง่าน สลับไปมาใหญ่น้อย หมอกยามเช้าบางเบาเหมือนม่านขาวกั้นอยู่เบื้องหน้า
รถไฟ แล่นโค้งผ่านเขา กำลังลอดหายไปในความมืดของอุโมงค์ดำ
"ขุนตาล" คือชื่อของอุโมงค์ที่เขาสะกดอ่านจากป้าย

ไม่กี่ ห้วงกังวล รถไฟก็เทียบชานชาลา
"ที่นี้ชานชาลา สถานี เชียงใหม่" เสียงนายสถานีประกาศดังลั่น

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ไปเชียงใหม่ซะละ
#1  by  bg* At 2005-09-16 23:16, 
ชอบ ๆ มาอ่านต่อ
#2  by  Lost In Space At 2005-09-17 10:09, 

ฟรีสัมมนา ‘เคล็ดลับพัฒนา 3Q - เชาวน์ปัญญา อารมณ์ คุณธรรม’ ลูกน้อย + workshop


กลับมาอีกครั้งกับสาระและกิจกรรมดีๆสำหรับครอบครัวในงาน RAIS Family Village: Seminar & Workshop ’08 อาทิตย์ที่ 27 เม.ย. 51/ 9.30 - 13.00 น. ณ ร.ร.นานาชาติแอ็ดเวนต์รามคำแหง (ซ.รามคำแหง 119)
ภายในงานประกอบไปด้วยกิจกรรมต่างๆ อาทิ เสวนาในหัวข้อ ‘เคล็ดลับพัฒนา 3Q ลูกน้อย - เชาวน์ปัญญา อารมณ์ คุณธรรม’ โดยจิตแพทย์เด็กชื่อดัง / Workshop สำหรับคุณแม่และคุณหนูๆ / ฟังเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญเรื่อง ‘เรียนอย่างไรให้เก่งทั้ง 2 ภาษา’ / เกมส์ / การแสดง เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมนี้เปิดกว้างสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีบุตรอายุระหว่าง 0-11 ปี

*รับจำนวนจำกัด! สำรองที่นั่ง 50 ท่านแรกรับ Gift Set จากผู้สนับสนุนใจดี
*มีอาหารว่าง...ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการร่วมงาน!

สำรองที่นั่ง: คุณปุ๊ก / คุณโอ๋ โทร. 02-3700316-7 ต่อ 117, 107
มือถือ 086-9953285, 089-4521679
www.rais.ac.th
#3  by  rais (203.130.134.100) At 2008-04-22 08:55, 

<< Home